menu default
line-business top

ก่อตั้งเมื่อไหร่

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2544 การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ได้แปลงสภาพเป็น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (“ปตท.”) โดยได้เสนอขายหุ้นต่อประชาชนและนักลงทุนสถาบัน และนำหุ้นจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2544 โดยยังคงมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และคงสภาพรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงานมาจนถึงปัจจุบัน

ทุนจดทะเบียน

ทุนจดทะเบียน 28,324,335,850 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญ 28,324,335,850 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท (ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2569)

ประกอบธุรกิจอะไร

ดำเนินธุรกิจโดยครอบคลุม 2 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจ Hydrocarbon & Power และธุรกิจ Non-Hydrocarbon โดย ธุรกิจ Hydrocarbon & Power ประกอบด้วย ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว ธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีก และธุรกิจไฟฟ้า สำหรับธุรกิจ Non-Hydrocarbon ประกอบด้วย ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต และธุุรกิจการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต

วิสัยทัศน์ / พันธกิจ

วิสัยทัศน์ ปตท."แข็งแรงร่วมกับสังคมไทย" และ "เติบโตในระดับโลก" อย่างยั่งยืน

พันธกิจ การดำเนินธุรกิจด้านพลังงานและธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจรในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ โดยดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างสมดุลและยั่งยืน

ทิศทางกลยุทธ์ของกลุ่ม ปตท. ยังคงมุ่งเน้นการขับเคลื่อนเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่กับการรักษาสมดุลในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยกำหนดกลยุทธ์หลัก 5 ด้าน ได้แก่

  1. ยกระดับความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจที่มีอยู่เดิม (Competitive Enhancement: Existing Business) เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและการจัดหาแหล่งทรัพยากรที่สามารถแข่งขันได้ ซึ่งครอบคลุม 2 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจ Hydrocarbon & Power และธุรกิจ Non-Hydrocarbon
  2. แสวงหาโอกาสทางธุรกิจพร้อมมุ่งสู่ Net Zero (Necessity & Opportunity) ผ่านการพัฒนาธุรกิจ CCS และธุรกิจไฮโดรเจนให้เป็นกลไกสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่ม ปตท. เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการดำเนินธุรกิจสู่ Net Zero Emissions ภายในปี 2593
  3. บูรณาการเรื่องความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินธุรกิจ (Sustainability) เสริมสร้างความสามารถในการดำเนินธุรกิจ Hydrocarbon และ Non-Hydrocarbon อย่างมั่นคง พร้อมสร้างผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนในมิติ ESG
  4. สร้างปัจจัยสนับสนุนการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม (Enablers for Transformation) ยกระดับการขับเคลื่อนองค์กรผ่านแนวคิด “Triple Transformation” ซึ่งประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ (1) การบูรณาการการดำเนินงานสู่ความเป็นเลิศ (Operational Excellence) (2) การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (Digital & AI Transformation) และ (3) การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการเปลี่ยนผ่านองค์กร (People & Organization Transformation)
  5. รักษาพื้นฐานที่สำคัญ (Foundation) มุ่งเน้นธรรมาภิบาลและการกำกับกิจการที่ดี โดยยกระดับการดำเนินงานด้าน GRC ควบคู่กับการสร้างความเป็นเลิศด้านการเงิน พร้อมทั้งดูแลและบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างสมดุล

โครงสร้างการดำเนินธุรกิจของ ปตท. แบ่งออกเป็นธุรกิจที่ ปตท. ดำเนินงานเองและธุรกิจที่ลงทุนผ่านบริษัทในกลุ่ม ดังต่อไปนี้

1. ธุรกิจที่ ปตท. ดำเนินงานเอง ประกอบด้วย

  • กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติซึ่งทำหน้าที่จัดหาก๊าซธรรมชาติจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขนส่งก๊าซผ่านระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ แยกก๊าซธรรมชาติ และจัดจำหน่าย
  • กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ประกอบธุรกิจด้านการจัดหา การนำเข้า การส่งออก และการค้าระหว่างประเทศ (Out-Out Trading) คลอบคลุมน้ำมันดิบ คอนเดนเสทผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และปิโตรเคมี รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของ ปตท. และบริษัทในเครือให้มีศักยภาพในการแข่งขัน นอกจากนี้ มีการให้บริการบริหารความเสี่ยงราคาน้ำมัน และการจัดหาเรือขนส่งต่างประเทศ เพื่อช่วยในการแสวงหาโอกาสและเพิ่มมูลค่าทางการค้าของผลิตภัณฑ์

2. ธุรกิจที่ลงทุนผ่านบริษัทในกลุ่ม

  • ธุรกิจสำรวจและผลิตก๊าซธรรมชาติ ดำเนินการโดย บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (“PTTEP”) ดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งลงทุนในธุรกิจที่ต่อเนื่อง เพื่อแสวงหาแหล่งปิโตรเลียมทั้งนํ้ามันดิบและก๊าซธรรมชาติเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศเป็นหลัก
  • ธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ประกอบด้วยบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP) บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) ดำเนินธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่การกลั่นน้ำมันดิบเพื่อผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง การผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นต้น ขั้นกลาง และเม็ดพลาสติกประเภทต่าง ๆ ทั้งสายโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ รวมถึงการให้บริการท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์
  • ธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก ดำเนินการโดย บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (“PTTOR”) จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น ครอบคลุมการตลาดค้าปลีก (Retail Marketing) ซึ่งเป็นการจัดจำหน่ายผ่านสถานีบริการน้ำมันปตท. และตลาดขายส่งน้ำมันให้กับผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 7 และการตลาดพาณิชย์ (Commercial Marketing) ซึ่งเป็นการจัดจำหน่ายให้กับลูกค้าที่เป็นหน่วยราชการรัฐวิสาหกิจกลุ่มอุตสาหกรรม บริษัทสายการบิน และเรือขนส่ง เป็นต้น
  • ธุรกิจไฟฟ้า ดำเนินการโดยบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC) ดำเนินธุรกิจผลิตสาธารณูปการ (ไฟฟ้า ไอนํ้า และนํ้าปราศจากแร่ธาตุ) ให้ลูกค้าอุตสาหกรรม และดำเนินการผลิตไฟฟ้าอิสระ (IPP) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

ท่านสามารถดูข้อมูลโครงสร้างการถือหุ้นได้จากหน้าเว็บไซต์ ในหัวข้อ “โครงสร้างผู้ถือหุ้น”

บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิที่เหลือหลังหักเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทที่กฎหมายและบริษัทได้กำหนดไว้ โดยพิจารณาจากกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมของบริษัท อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับแผนการลงทุน ความจำเป็นและความเหมาะสมอื่นๆ ในอนาคต

ภายใต้วิสัยทัศน์ “ปตท.แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” ปตท. ในฐานะบริษัทพลังงาน แห่งชาติ มุ่งมั่นเป็นผู้นำในการสร้างการเติบโตทางธุรกิจและความมั่นคงทางพลังงานอย่างครบวงจร ควบคู่ไปกับการดูแลผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นบูรณาการความยั่งยืนเข้าไปในทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า เสริมสร้างการมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและคุณค่าต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ให้ความสำคัญกับการสร้าง ประสิทธิภาพการดำเนินงานที่เป็นเลิศ การพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นเสริมสร้าง ธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริหารองค์กรด้วยความโปร่งใส ตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การ สหประชาชาติ จึงกำหนดนโยบายและหลักการบริหารจัดการด้านความยั่งยืนของ ปตท. ดังนี้

  • สิ่งแวดล้อม (Environmental) สร้างการเติบโตทางธุรกิจ ควบคู่กับการบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างสมดุล เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยบริหารจัดการความเสี่ยง ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ รวมทั้งการบรรเทาผลกระทบและปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างเหมาะสม ครอบคลุมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเชิง ยุทธศาสตร์ การควบคุมและลดผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทาง ชีวภาพ การบริหารจัดการมลพิษทางอากาศ การจัดการของเสีย โดยประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน
  • สังคม (Social) ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ โดยมีการบริหารจัดการผลกระทบและความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ปกป้องสิทธิแรงงาน ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี ควบคู่กับการบริหารและพัฒนาความรู้ความสามารถและทักษะใหม่ที่จำเป็นของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งอาศัยความเชี่ยวชาญขององค์กรเพื่อสร้างคุณค่าร่วมและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน สังคมให้ เติบโตอย่างยั่งยืน
  • การกำกับดูแล และเศรษฐกิจ (Governance & Economic) ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีจริยธรรม ปฏิบัติตามกฎหมาย พันธสัญญา ข้อกำหนดที่ เกี่ยวข้องของประเทศที่เข้าไปดำเนินธุรกิจและแนวปฏิบัติในระดับสากล พร้อมทั้งบริหารจัดการความเสี่ยง การควบคุมภายใน อีกทั้งปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและแสวงหาโอกาสให้เหมาะสมกับธุรกิจ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและลดผลกระทบจากการดำเนินงาน
  • ท่านสามารถดูข้อมูลความยั่งยืนเพิ่มเติมได้ในเอกสาร ESG Factsheet และเว็บไซต์ ปตท.